เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปชื่นชมฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย ในการแข่งขัน 2006 SIFE Thailand National Competition โครงการดีๆ ที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้พัฒนาความรู้ความสามารถในการนำเสนอแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนและสังคม ส่งเสริมให้ได้ประยุกต์สิ่งที่ได้ศึกษามา และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง อีกทั้งยังส่งเสริมให้มีความกล้าแสดงออกอีกด้วย
12 ทีม ขับเคี่ยวนำเสนอแผนธุรกิจอย่างเต็มที่
ปีนี้มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขัน 2006 SIFE Thailand National Competition รวม 12 ทีม จากสถาบันอุดมศึกษาทุกภูมิภาค ได้แก่ จุฬาฯ ม.ธรรมศาสตร์ ม.อัสสัมชัญ ร.ร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า ม.มหิดล ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ม.อุบลราชธานี ม.หอการค้าไทย ม.สงขลานครินทร์ และ ม.หาดใหญ่
การแข่งขันจัดขึ้นที่อาคารศศปาฐศาลา จุฬาฯ ช่วงเช้าเป็นรอบคัดเลือกที่เปิดโอกาสให้ทั้ง 12 ทีม นำเสนอแผนธุรกิจเพื่อพัฒนาชุมชนที่แต่ละทีมคิดค้นกันขึ้นมา โดยแบ่งเป็น 3 สายๆ ละ 4 ทีม เพื่อคัดเลือกทีมที่เข้ารอบในแต่ละสายเข้าแข่งขันรอบสุดท้ายในช่วงบ่าย ซึ่งผู้ที่ชนะใจกรรมการและได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย มี 3 ทีม ได้แก่ ทีมแชมป์เก่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และทีมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แต่ละทีมต่างก็นำเสนอโครงการที่น่าสนใจ และสามารถช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้มีคุณภาพดีขึ้น
ทีมนักเรียนนายร้อย คว้าแชมป์ด้วยโครงการ Stronger Fences และ Baskets of Dream
หลังการแข่งขันรอบสุดท้าย ปรากฏว่าผู้ที่มีการนำเสนอแผนธุรกิจของโครงการได้อย่างน่าประทับใจ จนคว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง คือ ทีมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่เข้าร่วมแข่งขันเป็นปีแรก โดยนำเสนอโครงการที่น่าสนใจ 2 โครงการ คือ Stronger Fences และ Baskets of Dream
Stronger Fences เป็นโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล และแนวคิดในการริเริ่มประกอบอาชีพ หรือจัดตั้งธุรกิจของตนเอง ให้แก่พลทหารจำนวน 85 คน ที่มีพื้นฐานครอบครัวยากจน การศึกษาน้อย หรือมีปัญหาด้านยาเสพติดมาก่อน พลทหารเหล่านี้จะได้รับการอบรมให้รู้จักการออม การลงทุน และการบริหารเงินส่วนบุคคล รวมถึงการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้สามารถนำความรู้เหล่านี้มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตหลังจากปลดประจำการแล้ว ให้เป็นประชาชนคุณภาพของประเทศต่อไป
ส่วน Baskets of Dream เป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนเทพประทาน จังหวัดนครนายก ใกล้กับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ลูกหลานเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ บุคคลเหล่านี้มีฝีมือในการสานตะกร้า แต่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจและการตลาด ดังนั้น ทีม SIFE ของโรงเรียนนายร้อยฯ จึงจะเข้าไปช่วยเหลือและให้ความรู้ในด้านต่างๆ ทั้งการรวมกลุ่มกันจัดตั้งองค์กร การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ จริยธรรมในการประกอบธุรกิจ เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด
คิดว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้ทีมของเราได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ เป็นเพราะเรามีจุดยืนที่ดีในการนำเสนอโครงการ ตอนแรกที่เข้าแข่งขันก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่ได้ฝึกฝนและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการพัฒนาชุมชน ก่อนที่จะเรียนจบและทำงานจริง ตัวแทนทีมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ากล่าว
ขณะที่ประธานกรรมการบริหาร SIFE ประเทศไทย และหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน ศ. ดร. ชัยอนันต์ สมุทวนิช ให้ความเห็นถึงผลงานของทีมผู้ชนะเลิศว่า ทีมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้รับรางวัลชนะเลิศ เพราะโครงการทั้งสอง ได้แก่ Basket of Dreams และ Stronger Fences นั้น เป็นโครงการที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้
หลังจากนี้ ทีมโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจะเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปร่วมแข่งขันชิงแชมป์โลก 2006 SIFE WORLD CUP ซึ่งจัดขึ้นที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 10-13 กันยายน 2549
ม.อุบลราชธานี และจุฬาฯ รองชนะเลิศ
ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของทีมมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่นำเสนอ "โครงการบริหารจัดการพลังงานทดแทนเพื่อชุมชน โดยนำเครื่อง "UBU Gold 2" ที่เป็นผลงานการวิจัยและประดิษฐ์ภายใต้อนุสิทธิบัตรของมหาวิทยาลัย มาผลิตพลังงานทดแทนไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว โดยจะรณรงค์ให้คนในชุมชนตระหนักถึงอันตรายจากการใช้น้ำมันพืชประกอบอาหารหลายครั้ง และจัดตั้งหน่วยงานเพื่อรับซื้อน้ำมันพืชเหล่านั้นมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนหมุนเวียนภายในชุมชน อันจะนำมาซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจและสุขภาพพลานามัยที่ดีของคนในชุมชน โดยจะให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ การตลาด และจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน
ความรู้สึกที่ได้จากการแข่งขันในครั้งนี้ก็คือ เราไม่ได้รับแค่รางวัล เมื่อเราเข้าไปช่วยเหลือชุมชน ก็ได้รับการต้อนรับ ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งเป็นความรู้สึกดีๆ ที่หาซื้อด้วยเงินไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเหนื่อย แต่ก็คุ้มกับประสบการณ์ที่ได้รับ ตัวแทนจากทีมมหาวิทยาลัยอุบาลราชธานีกล่าว
ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนำเสนอ 4 โครงการ ได้แก่ "Inside Out โครงการที่เปิดโอกาสให้นิสิตและนักธุรกิจรายย่อยศึกษาการประกอบธุรกิจส่งออก ทั้งการอบรมเพิ่มพูนความรู้ภาคทฤษฎีและปฏิบัติจริง "NPL (No-Poverty Labor) โครงการจัดอบรมให้ความรู้พื้นฐานด้านการเงิน และกระตุ้นให้ตระหนักถึงความสำคัญของการออม สามารถบริหารการเงินของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น "Training Wheels โครงการที่เปิดโอกาสให้นิสิตนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ มาบริหารจัดการรถเข็นขายอาหารให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดยอดขายและกำไรที่สูงขึ้น อีกทั้งยังสอดแทรกความรู้เรื่องจริยธรรมทางธุรกิจด้วย และ "Purify" โครงการสร้างอาชีพให้แก่เยาวชน โดยการจัดอบรมการเป็นผู้ประกอบการ และสนับสนุนการลงทุนเริ่มต้นในการทำธุรกิจ จนสามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตนเองในอนาคต
รางวัล Faculty Advisor Award
Faculty Advisor Award เป็นอีกหนึ่งรางวัลสำคัญ โดยคณะกรรมการพิจารณาจากทีมที่มีคะแนนสูงสุดในประเด็น ความยั่งยืนของโครงการ ผู้ได้รับรางวัลดังกล่าว คือ พันโทหญิง วิลาสินี อินทรณเดช อาจารย์จากส่วนการศึกษา กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งจะเป็นผู้ที่ร่วมเดินทางกับทีมชนะเลิศของไทยไปแข่งขัน SIFE WORLD CUP ที่ประเทศฝรั่งเศสด้วย ทั้งนี้ พันโทหญิง วิลาสินี เปิดเผยว่า ทางทีมนั้นจะต้องใช้เวลาฝึกฝนในการตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษให้มากกว่านี้ เพื่อเตรียมพร้อมในการแข่งขันระดับนานาชาติ
เชื่อได้ว่า ... ทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันต่างก็ได้รับความรู้และประสบการณ์อันมีค่าที่ไม่สามารถหาได้จากห้องเรียน โครงการต่างๆ ที่แต่ละทีมได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้น จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาชุมชนและสมาชิกในชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ที่ดีที่เกิดขึ้นกับชุมชนที่เข้าไปช่วยเหลือได้เกิดเป็นความผูกผัน ทำให้รู้จักและเข้าใจสถานการณ์ของผู้อื่นมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตการทำงานหลังออกจากรั้วมหาวิทยาลัยต่อไป
|