ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบชั้นวางหนังสือและหนังสือยอดนิยมด้านการออมและการลงทุนของ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
( SET Corner ) แก่ศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัวทั้ง 16 เขต เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านการออมและ
การลงทุนเบื้องต้นแก่ชาว กทม. ซึ่งจะเป็นการปูพื้นฐานด้านการบริหารเงินออมครอบครัว และเสริมสร้างวินัยทางการเงินที่ดี
นางจิราพร คูสุวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่ง ใน 4 หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และธนาคารออมสิน ในการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัว กทม. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนชาว กทม. มีความรู้ ความสามารถในการบริหารการเงินส่วนบุคคล และรู้จักวิธีการออมเงินระยะยาวที่ก่อให้เกิดประโยชน์ และสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัวมากยิ่งขึ้นนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เล็งเห็นว่า หนังสือและสื่อการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันให้ประชาชนชาว กทม. เหล่านั้น สามารถสร้างวินัยในการบริหาร
การเงินส่วนบุคคลและสามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินได้ จึงได้มอบหนังสือของตลาดหลักทรัพย์ฯ และชั้นวางหนังสือ ( SET Corner ) ให้แก่ศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัว กทม. ทั้ง 16 เขต รวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน)
เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้แก่ประชาชนเหล่านั้น
การมอบหนังสือของตลาดหลักทรัพย์ฯ ( SET Corner ) และชั้นวางหนังสือแก่ศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัว กทม.
เป็นหนึ่งในแนวทางในการเผยแพร่ความรู้และการสร้างความเข้าใจด้านการเงินและการลงทุนแก่ประชาชนชาว กทม. โดยหนังสือ
ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จัดให้บริการแก่ชาว กทม. เป็นหนังสือที่สามารถอ่านได้ทุกกลุ่มเป้าหมายเริ่มตั้งแต่เด็กนักเรียน นักศึกษาที่มีความสนใจ จนถึงประชาชนที่สนใจหรือที่เข้ามาปรึกษาด้านการบริหารเงินออมที่ศูนย์ส่งเสริมฯ ดังกล่าว ซึ่งหนังสือที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบให้ประกอบด้วย หนังสือนิทานด้านการออมสำหรับเยาวชน หนังสือประกอบการเรียนการสอนสาระเศรษฐศาสตร์สำหรับเยาวชน เงินทอง ของมีค่า ทั้ง 4 ช่วงชั้น หนังสือชุด อยากรวยต้องรู้ เล่ม 1-4 เงินทองต้องใส่ใจ เศรษฐศาสตร์ หารสอง และเป็นต้น
ทั้งนี้ การเผยแพร่ความรู้ด้านการบริหารเงินออมครอบครัวแก่ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครนั้น จะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต
รวมทั้งเป็นการปูรากฐานการบริหารการใช้จ่ายเงินให้แก่ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร โดยจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัว ในระยะแรก ได้กำหนดว่าภายในปี 2548 จะจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมฯ 16 เขต ได้แก่ สำนักงานเขตพญาไท สำนักงานเขตสาทร สำนักงานเขตหลักสี่ สำนักงานเขตพระโขนง สำนักงานเขตลาดกระบัง สำนักงานเขตบางบอน สำนักงานเขตบางแค สำนักงานเขตคลองสามวา สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ สำนักงานเขตบางพลัด สำนักงานเขตบางกะปิ สำนักงานเขตคลองเตย สำนักงานเขตปทุมวัน สำนักงานเขตจอมทอง และสำนักงานเขตหนองจอก ผู้ช่วยผู้จัดการกล่าว |