Banner20131203_OnlineClass
Print this page Print this page  | Send to friend Send to friend
Thailand Securities Institute

             
             จะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่? หลังเกษียณอยากใช้ชีวิตแบบไหน?  อยากทำอะไร? หลายคนวาดฝันถึงชีวิต
    ในบั้นปลายไว้เป็นอย่างดี แต่หลายคนก็ยังไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วัยทำงาน
    อาจคิดว่าเป็นเรื่องของอนาคตอันยาวไกล ยังมีเวลาอีกตั้ง 20–30 ปี เอาไว้อายปลายๆ เลข 4 หรือขึ้นเลข 5 ค่อยเตรียมตัว
    ก็คงทัน

             ไม่ผิดหรอก... ถ้าคิดว่ายังมีเวลาเหลือเฟืออีกหลายปี แต่คุณคิดว่าตัวเองจะมีเรี่ยวแรงทำงานและมีรายได้อย่าง
    สม่ำเสมอไปอีกนานเท่าไหร่? เพราะไม่ว่าใครก็ต้องมีช่วงวัยเกษียณด้วยกันทั้งนั้น และนั่นหมายถึง “การหยุดทำงานประจำ
    + ไม่มีรายได้หลักอีกต่อไป”
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า... เมื่อเกษียณอายุแล้วคุณจะหยุดใช้ชีวิตหยุดใช้เงิน
    ทุกๆ วันที่เหลืออยู่ คุณยังต้องกินต้องใช้ ยิ่งอายุยืนยาวเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งต้องใช้เงินมากขึ้นเท่านั้น

             
             ลองคิดดูเล่นๆ ก็ได้... ถ้าคุณเกษียณตอน 60 และพิจารณาจากอายุขัยของญาติพี่น้องแล้ว ก็คาดว่าจะอยู่ถึงอายุ 80 ปี
   เท่ากับคุณต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณโดยไม่มีรายได้ราวๆ 20 ปี สมมติคุณมีค่าอาหาร 100 บาทต่อวัน หรือ 37,000 บาทต่อปี
   แสดงว่าคุณต้องเตรียมค่าอาหารหลังเกษียณไว้สูงถึง 7 แสนกว่าบาทเลยทีเดียว นี่ขนาดยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่าง
   ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทางท่องเที่ยว ฯลฯ ยังต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้ แล้วคุณจะเอาเงินมาจากไหนเพื่อ
   ให้เพียงพอใช้ไปตลอดชีวิต

             บางคนบอกไม่เห็นต้องทำอะไรมากมาย เดี๋ยวลูกหลานก็เลี้ยงดู ให้กินให้อยู่อย่างสุขสบาย บางคนบอกไม่ต้องห่วงเลย
   ก็ได้ ยังไงรัฐก็มีสวัสดิการตั้งมากมายมอบให้ผู้สูงอายุอยู่แล้ว

             เรื่องของอนาคต... คงไม่มีใครฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะเป็นไปตามที่เราคาด หากเรามองโลกในแง่ดีจนเกินไป
   เกิดวันหนึ่งรัฐบาลไม่พร้อมจะช่วยเหลือ แถมลูกหลานก็มีภาระรัดตัว ชีวิตเรามิต้องเคว้งคว้างไร้คนดูแลหรอกหรือ?

             ฉะนั้น “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” นั่นแหละ... ดีที่สุด เพราะชีวิตคนเราเกิดมาทั้งทีแก่ได้แค่ครั้งเดียว คงจะดีไม่น้อย...
   หากในช่วงบั้นปลาย เราได้ใช้ชีวิตตามที่ปรารถนาโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร แถมมีเงินเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบายๆ จนถึงวันสุดท้าย
   ของชีวิต

             มาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัย... แล้วต้องมีเงินเท่าไหร่จึงจะพอใช้สบายๆ ไปตลอดชีวิต? จริงๆ มันขึ้นอยู่กับ
   ปัจจัยหลายอย่าง แต่เอาเป็นว่า... ถ้าคุณจะเช็คเงินออมที่ต้องมีคร่าวๆ แบบที่ยังสามารถรักษาไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตแบบเดิมๆ
   เอาไว้ได้้ก็ลองใช้สูตรนี้


             ตัวอย่างเช่น เพลินใจตั้งใจจะเกษียณตอนอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณอายุไปอีก 20 ปี ถ้าเพลินใจ
   มีค่าใช้จ่ายปัจจุบัน 30,000 บาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณของเพลินใจจะเท่ากับ 21,000 บาทต่อเดือน
   (70% x 30,000) หรือราวๆ 252,000 บาทต่อปี

             จากนั้นก็นำไปคูณกับจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุ ซึ่งก็คือ 20 ปี นั่นหมายความว่าเพลินใจควรมีเงิน
   ประมาณ 5,040,000 บาท ตอนอายุ 60 ปี (252,000 x 20) ซึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว

             อย่างไรก็ตาม หลังเกษียณแล้ว... คุณอาจมีเงินออมหรือเงินลงทุนบางส่วนที่สะสมไว้และสามารถนำมาใช้ตอนเกษียณ
   อายุได้โดยที่คุณคาดไม่ถึง เช่น การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือแบบบำนาญ เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินจาก
   กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รวมถึงเงินจากการลงทุนส่วนตัวหรือรายได้จากช่องทางอื่นๆ ฯลฯ แต่โดยทั่วไป
   เงินออมเหล่านี้มักไม่มากพอที่จะทำให้คุณมีชีวิตที่สุขสบายหรือวิ่งตามความฝันในวัยเกษียณได้

             ดังนั้น หากไม่อยากลำบากตอนแก่ ก็เริ่มคิดและออกแบบชีวิตในวัยเกษียณซะตั้งแต่วันนี้... ว่าต้องมีเงินเท่าไหร่
่   ถึงจะพอใช้ไปตลอดชีวิต ถ้าขืนมานึกขึ้นได้ว่าต้องเก็บออมตอนอายุย่างเข้าเลข 5 เค้าลาง “โคม่า” และ “ลำบากแสนเข็ญ”
   คงลอยมาอยู่ตรงหน้าตั้งแต่ยังไม่เกษียณเลยด้วยซ้ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องเตรียมตัวไว้ก่อน พร้อม “ลงมือออมให้เร็ว
   ที่สุด”
เพื่อความมั่งคั่งและมั่นคงของตัวคุณเอง

             เพียงเท่านี้... ก็เกษียณอย่างสุขกาย สบายใจ แถมสบายกระเป๋าสตางค์ในวัยเกษียณได้แล้ว!!!

 

คุณพร้อมหรือยัง... สำหรับวันเกษียณอายุ

เมื่อพูดถึงคำว่า “เกษียณอายุ” หลายคนอาจมองว่าเป็นการสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไปจากชีวิต และไม่อาจยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หากมีความพร้อมและลองมองโลกในแง่ดี ก็อาจพบว่า...
ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้พักผ่อนและแสวงหาความสุขให้กับชีวิตได้อย่างเต็มที่เสียที ลองมาดูแนวทางในการก้าวสู่ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุขกัน

เตรียมใจ ช่วงหลังเกษียณอายุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม
ตลอดจนฐานะทางการเงิน การเตรียมใจไว้ก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวและใช้ชีวิต
ได้อย่างมีความสุขในวัยเกษียณ
เตรียมกาย เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเตรียมตั้งแต่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ซึ่งการมีสุขภาพดีย่อมหมายถึง
การใช้เวลาที่เหลืออย่างมีประโยชน์ ลดการเป็นภาระแก่ผู้อื่น มีอารมณ์และสุขภาพจิตที่ดี
เตรียมแผนการใช้เวลา เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายได้อย่างมีเป้าหมาย รู้ว่าช่วงเวลาใด
จะทำอะไร เช่น เวลาทำงาน เวลาตรวจสุขภาพ เวลาท่องเที่ยวพักผ่อน เวลาออกกำลังกาย ฯลฯ
เตรียมครอบครัว ความผูกพันในครอบครัวระหว่างสามีภรรยาหรือพ่อแม่ลูก เป็นเครื่องบ่งชี้
ในระดับหนึ่งว่าเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุจะมีความเอื้ออาทรระหว่างกัน ช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน
เตรียมเพื่อน รักษาสัมพันธภาพกับเพื่อนไว้ให้มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนใหม่ เพื่อนเก่า เพื่อนบ้าน
หรือ เพื่อนร่วมงาน เพราะเพื่อนจะช่วยให้เกิดกำลังใจและมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตมากขึ้น
เตรียมแผนการใช้เงิน เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการเงินก้อนสุดท้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเตรียมความพร้อมทั้ง 6 ประการ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณไม่มีการวางแผนหรือ
เตรียมความพร้อมใดๆ คุณอาจต้องพบกับคำว่า “สายเกินไป” ที่จะเตรียมการในด้านต่างๆ เพื่อชีวิตหลังเกษียณ
ได้อย่างทันท่วงที

คุณพร้อมหรือยังสำหรับวันเกษียณอายุ?

วางแผนเกษียณทั้งที... มีอะไรต้องคิดบ้าง

การที่คุณจะวางแผนและบริหารเงินออมเพื่อการเกษียณอายุของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออย่างน้อยก็ให้พอเพียง
กับการดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข ควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้

ระยะเวลาแห่งช่วงชีวิต (Longevity)
เป็นส่วนที่แสดงให้เห็นว่าคุณจะต้องใช้เงินออมของคุณไปอีกกี่ปีหลังจากเกษียณ โดยในปัจจุบัน
ช่วงชีวิตโดยเฉลี่ยของผู้ชายคือ 72 ปี และของผู้หญิงคือ 75 ปี ซึ่งเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้น
อาจทำให้มนุษย์มีอายุยืนยาวกว่าค่าเฉลี่ยนั้น และเมื่อมีอายุยืนยาวขึ้น จำนวนเงินที่ต้องการใช้
ยามเกษียณอายุก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าน่าจะเป็นไปในช่วงเวลาของการเกษียณอายุ (Inflation)
เงินเฟ้อเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม และเป็นสิ่งที่ทำให้เงินออมที่คุณหามาด้วยความยากลำบาก
ในแต่ละปีต้อง “ด้อยค่า” ลงไปอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งระดับอัตราเงินเฟ้อสูงมากขึ้นเท่าใด เงินออม
ของคุณก็ด้อยค่าลงมากเท่านั้น
วิถีชีวิต (Life Style)
โดยทั่วไปคุณจะต้องการเงินประมาณ 70% ของรายจ่ายปัจจุบัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ซึ่งจำนวนเงินนี้อาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับคุณภาพชีวิต ปัญหาสุขภาพ ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ
รวมถึงกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่แต่ละคนวางแผนเอาไว้

สุขภาพ (Health)
หากเกิดปัญหาสุขภาพไม่ว่าก่อนหรือหลังเกษียณ เงินออมเพื่อการเกษียณของคุณย่อมที่จะ
ประสบปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งทางเดียวที่จะช่วยบรรเทาปัญหาสุขภาพได้ก็คือ “การออกกำลังกาย”


ประเด็นทั้ง 4 หัวข้อที่กล่าวมาข้างต้น อาจถูกกำหนดได้ง่ายกว่าหากคุณอยู่ในช่วงใกล้จะปลดเกษียณ
แต่การประมาณการไว้คร่าวๆ ก่อนปลดเกษียณซัก 20 - 30 ปี ก็เป็นสิ่งที่คุณน่าจะลองทำดู

คุณคาดว่าจะมีชีวิตยืนยาวถึงเท่าไหร่?
5 ขั้นตอนเตรียมเกษียณบนกองเงิน
กำหนดอายุที่ต้องการจะเช่น 60 ปี 55 ปี หรือจะ early ที่อายุ 45 ปี เพื่อจะได้รู้ว่า... เรามีเวลา เตรียมตัว เตรียมการ เตรียมสตางค์ อีกนานเท่าไหร่
ประมาณช่วงระยะเวลาหลังเกษียณ เช่น 20 ปี 25 ปี หรือ 30 ปี เพื่อให้รู้ว่าเราจะต้องใช้เงิน
หลังเกษียณไปอีกกี่ปี โดยประเมินจากญาติพี่น้องในครอบครัวว่าส่วนใหญ่เสียชีวิตที่อายุประมาณ
เท่าไหร่ ประกอบกับความแข็งแรงสมบรูณ์ของร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราว่าเสี่ยงมาก
เสี่ยงน้อยแค่ไหน
ประมาณการค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ ประเมินจาก Lifestyle ที่ออกแบบไว้จะท่องเที่ยว พักผ่อน ฯลฯ แต่อย่าลืมคำนึงถึง “เงินเฟ้อ” ด้วย โดยประมาณเป็นรายเดือน แล้วคำนวณเป็นปี จากนั้นก็คำนวณตามช่วงอายุหลังเกษียณ
ประมาณการรายได้หลังเกษียณ เช่น เงินบำเหน็จบำนาญ เงินรับจากกองทุนประกันสังคม
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รายได้จากการลงทุน การประกันชีวิต ฯลฯ
วางแผนการออมในปัจจุบัน จากประมาณการค่าใช้จ่ายและรายได้หลังเกษียณ เราก็จะรู้ว่าต้องเก็บเงินเพิ่มอีกเท่าไร และจะสามารถวางแผนการออม การลงทุนอย่างเหมาะสมได้

ลองประมาณการค่าใช้จ่ายรายเดือนและรายปีที่คุณต้องการใช้หลังเกษียณ?


แหล่งเงินได้หลังเกษียณ

คุณรู้หรือไม่... หลังเกษียณเรามีรายได้จากแหล่งใดบ้าง

กองทุนประกันสังคม
หากเราจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมา 15 ปี พออายุ 55 ปี ก็จะได้รับเงินบำนาญ
ชราภาพ ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน คิดจากเพดานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท
ตามข้อกำหนดของกองทุน และถ้าจ่ายสมทบเกินกว่า 15 ปี ก็จะได้โบนัสอีกปีละ
1.5% สมมติเราจ่ายสมทบมา 30 ปีก่อนเกษียณ จะได้โบนัส 15 ปีหรืออีก
3,375 บาท รวมเป็น 6,375 บาทต่อเดือน ซึ่งยังไม่ได้ปรับด้วยเงินเฟ้อ

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
กรณีเป็นข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุน จะได้รับเงินบำนาญ = (เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x อายุราชการ)
/ 50 แต่ต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย หรืออาจเป็นเงินบำเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x อายุราชการ
ตามเงื่อนไขทางราชการ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ที่ลูกจ้างและนายจ้างสมัครใจร่วมกันสมทบเข้ากองทุน ถ้าเราเริ่มทำงานและสะสมเงินเข้ากองทุนนี้ ตั้งแต่อายุ 25 ปี โดยสะสม 3% ของเงินเดือน เดือนละ 20,000 บาท ถ้าเงินเดือนเพิ่มขึ้นปีละ 5% นายจ้างสมทบให้ 3% และกองทุนได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% เมื่ออายุ 60 ปี เราจะมีเงินประมาณ 1.2 ล้านบาทจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

แต่ถึงแม้ว่า... เราจะมีเงินได้จากกองทุนประกันสังคมกรณีชราภาพ หรือเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินจาก กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้วก็ตาม หากพิจารณาตัวเลขอย่างรอบคอบและปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้น ก็จะพบว่าเงินที่คาดว่าจะได้เหล่านั้น น่าจะยังไม่พอใช้จ่ายหากเราต้องการรักษามาตรฐานการใช้ชีวิต
ไว้ในระดับเดิม
เราจึงควรวางแผนการลงทุนและทำประกันชีวิตระยะยาวเพิ่ม เพื่อเป็นแหล่งเงินได้สำหรับการใช้จ่าย
ในวัยเกษียณด้วย ซึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ได้แก่

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “RMF” ซึ่งจะช่วยสร้างวินัยในการลงทุนให้เราได้ เพราะเป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง และเรายังได้รับประโยชน์ทางภาษีในช่วงที่ลงทุนอีกด้วย ปัจุบันมี
กองทุนรวม RMF มากมาย ให้เราเลือกได้ตามนโยบายการลงทุนที่ต้องการ

การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพยแม้ว่าผลตอบแทนที่แท้จริงจากการทำประกันชีวิตจะไม่มากมายนัก
แต่การทำประกันชีวิตแบบระยะยาว มีข้อดีก็คือ สร้างวินัยทางการเงินให้เราได้ มีให้เลือกหลายแบบ มีวงเงินคุ้มครองกรณีเสียชีวิต และยังได้ประโยชน์ในทางภาษีด้วย

คุณจะมีแหล่งเงินได้จากไหนบ้างสำหรับการเกษียณอายุ?

เคล็ด (ไม่) ลับ... สู่การเกษียณอย่างมั่งคั่ง

การมีอิสรภาพทางการเงินในขณะที่ยังมีสุขภาพที่แข็งแรงนั้น นับเป็นชีวิตที่น่าปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจาก
คุณจะมีความมั่นคงทางการเงินจนไม่จำเป็นต้องทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงชีพอีกต่อไป คุณยังมีเวลาทำในสิ่งที่รักหรือ ต้องการ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเข้าข่าย “เกษียณ” ได้เช่นกัน แต่การเกษียณอายุก่อน 60 ปี และมีความมั่งคั่งทางการเงินนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องมีการวางแผนทางการเงินที่ดี ลองมาดูเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณมีความมั่งคั่งตอนเกษียณ

เริ่มออมอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ตอนอายุน้อยๆ เพราะยิ่งเราเริ่มต้นออมช้าเท่าไหร่ ภาระในการเก็บออมต่อเดือน
ก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น ดีไม่ดีอาจมีเงินไม่พอใช้ตอนเกษียณด้วย

อายุที่เริ่มต้นออม
เงินออมรายเดือน (%ของเงินเดือน)
เริ่มทำงาน - 39 ปี
10% - 15%
40 - 49 ปี
20% - 25%
50 - 54 ปี
45% - 50%
55 - 59 ปี
80% - 85%

รู้จักเลือกลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เช่น กองทุนรวม พันธบัตร หุ้นกู้
   หุ้นสามัญ ฯลฯ โดยคำนึงถึงผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ฉลาดซื้อ รู้จักเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็น คุ้มค่า และคุ้มประโยชน์ใช้งาน
ฉลาดใช้ รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด รักษาสิ่งของต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่เหมาะกับการใช้งานได้นานๆ    
   รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม สุขกาย สุขใจ ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยอีกด้วย

นอกจากนี้แล้วคุณยังมีวิธีอื่นๆ อีกหรือไม่?

ออม/ลงทุนตั้งแต่วันนี้... เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะมีเงินเก็บไว้ใช้มากพอในวัยเกษียณ

คุณเชื่อหรือไม่... การออมและการลงทุนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณมีเงินก็บมากพอไว้ใช้ในวัยเกษียณ
ลองไปดูตารางข้างล่างนี้กัน


หากคุณมีเงินเก็บอยู่ 1 ล้านบาท คุณมีความจำเป็นต้องทยอยนำเงินเก็บก้อนนี้ออกมาใช้ประมาณ 10% ต่อปี
เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตภายหลังเกษียณอายุ โดยคุณไม่มีการออม/ลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนเพิ่มเติมใดๆ
นั่นหมายความว่า คุณจะต้องทยอยนำเงินออกมาใช้ปีละประมาณ 100,000 บาท (10% x 1,000,000)
ซึ่งเงินเก็บ 1 ล้านบาทของคุณ จะถูกนำออกมาใช้จนหมดภายในระยะเวลา 10 ปี (1,000,000 / 100,000)

แต่หากคุณนำเงินไปออม/ลงทุนเพื่อหาดอกผลเพิ่มเติม โดยได้รับผลตอบแทนประมาณ 5% ต่อปี นั่นหมายความว่า คุณจะสามารถยืดระยะเวลาในการใช้เงินออกไปได้อีก 4 ปี (ดูแกนตั้งที่ 5% และแกนนอนที่ 10%) ที่เป็นเช่นนี้... เพราะคุณจะใช้เงินเก็บของตนเองเพียง 5% ส่วนอีก 5% มาจากผลตอบแทนที่คุณได้รับจากการออม/ลงทุน

เห็นอย่างนี้แล้ว... คุณคิดว่าจะเริ่มออมและลงทุนเพื่อเกษียณได้หรือยัง?

ข้อผิดพลาด 5 ประการในการเกษียณที่ควรหลีกเลี่ยง

การไม่ได้วางแผน หลายคนประสบความสำเร็จในการวางแผนว่าจะใช้วันหยุดสุดสัปดาห์อย่างไร
แต่กลับล้มเหลวในการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณอายุ ทั้งที่มันมีความสำคัญยิ่งในชีวิต
การหวังพึ่งพาเงินบำนาญ เงินสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินทดแทนสำหรับพนักงานเพียงอย่างเดียว
เป็นกลยุทธ์ที่ไม่ฉลาดเลย เกือบทุกครั้งที่เงินเก็บเหล่านี้ไม่เพียงพอสำหรับใช้ในเวลาเกษียณของคุณ
การลังเลที่จะเริ่มโปรแกรมการเก็บออมเงิน “เวลา” เป็นได้ทั้งมิตรและศัตรูของคุณ ถ้าคุณเริ่ม
เก็บเงินสำหรับการเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ คุณก็จะมีเวลาใช้เงินทำงานให้กับคุณได้มากขึ้น
ดอกเบี้ยทบต้นถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งที่ 8 ของโลก จงใช้มันให้เต็มที่ เริ่มเก็บเงินออมทรัพย์รายเดือน
เสียตั้งแต่วันนี้

ความหลากหลายของสินทรัพย์ลงทุนเพื่อการเกษียณ มีความจำเป็นต่อการลดความเสี่ยง
และช่วยรักษามูลค่าทรัพย์สมบัติของคุณ จงจัดการกลุ่มสินทรัพย์ลงทุนของคุณให้ดี เพื่อบรรลุถึง
เป้าหมายทางการเงินที่คุณต้องการ
คุณล่ะ... มีข้อผิดพลาดข้อไหนบ้าง?
 

 

Banner20140318_TSIonYouTube_footer




+ วางแผนเงินออม
+ วางแผนใช้จ่ายเงิน
+ วางแผนหนี้สิน


+ วางแผนประกัน
+ วางแผนเกษียณ


+ วางแผนลงทุน
+ วางแผนภาษี


+ วางแผนมรดก


+ กำหนดเป้าหมายการลงทุน


+ 6 ขั้นตอนซื้อขายอย่างเซียน
+ วีธีเลือกโบรกเกอร์

+ หุ้น
+ กองทุนรวม
+ LTF & RMF
+ ETF
+ ฟิวเจอร์ส / ออปชั่น




+ บทความผู้ประกอบวิชาชีพ
+ เส้นทางอาชีพสู่ตลาดทุน
+ Job Oppotunity




+ ปฏิทินกิจกรรมประจำปี
+ กิจกรรมเด่นประจำเดือน



+ บทเรียนออนไลน์
    TSI e-Learning

+ สัมมนาออนไลน์
    TSI Online Seminar

+ เกร็ดความรู้การลงทุนออนไลน์
    TSI on Youtube



+ กิจกรรมเยาวชน / ครู
+ กิจกรรมมหาวิทยาลัย
+ กิจกรรมผู้ลงทุน
+ กิจกรรมผู้ประกอบวิชาชีพ



หน้าหลัก | เกี่ยวกับ TSI | Newsletter | ถาม-ตอบ | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์


ติดต่อเรา : S-E-T Call Center Tel. 0-2229-2222 | ติดต่อทาง e-mail | เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์

Copyright © 2000 - 2014, All rights reserved Thailand Securities Institute (TSI), The Stock Exchange of Thailand