Banner20140418_TurnProPK
Print this page Print this page  | Send to friend Send to friend
Thailand Securities Institute

      
           พูดถึง “การวางแผนมรดก” หลายคนคงส่ายหน้าหนี ไม่เคยคิดที่จะวางแผนมรดกเลยสักครั้ง เพราะคิดว่าเป็นเรื่อง
   ของคนรวย คิดว่าตัวเองมีทรัพย์สินไม่มากนักจะทำไปทำไมให้เสียเวลา หรือไม่ก็คิดว่าเป็นการแช่งตัวเอง ความคิดเหล่านี้
   ถือเป็นทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง ลองปรับทัศนคติเสียใหม่.... ไม่ใช่แค่คนรวยที่มีทรัพย์สมบัติเงินทองมากๆ เท่านั้นที่ต้องทำ
   แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกๆ คนไม่ว่าจะมีเงินมากหรือน้อยไม่ควรมองข้าม

           หากใครยังมึนๆ งง งง ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี ลองเริ่มจากการติดตามทรัพย์สินและหนี้สินของคุณที่กระจัดกระจาย
   อยู่ตามแหล่งต่างๆ ให้มารวมอยู่แหล่งเดียวกัน โดยการจดบันทึกไว้ว่าตนเองมีทรัพย์สินและหนี้สินอะไร? เป็นจำนวนเท่าไหร่?
   อยู่ที่ไหน? เพื่อให้เป็นระบบระเบียบและสะดวกตอนทำพินัยกรรมมากยิ่งขึ้น

           ที่ต้องกล่าวถึงหนี้สิน เพราะหนี้สินก็อยู่ในข่ายที่จะเป็นมรดกตกทอดถึงทายาทได้เช่นเดียวกับทรัพย์สิน ดังนั้น คุณจึง
   ควรระบุไว้ด้วยว่า... คุณมีหนี้สินอยู่ที่ไหน? รวมเป็นเงินเท่าไหร่? เพื่อจะได้นำเงินในกองมรดกมาชำระหนี้สินให้เรียบร้อยก่อน
   แบ่งสรร ปันส่วนกัน

           จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการทำ “พินัยกรรม” โดยพินัยกรรมถือเป็นคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่า... ทรัพย์สิน
   จะถูกส่งต่อหรือถ่ายโอนไปยังบุคคลที่คุณต้องการมอบให้อย่างแน่นอนและครบถ้วน ซึ่งตามกฎหมายคุณสามารถระบุให้ใคร
   หรือองค์กรใดเป็นผู้รับมรดกก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติสนิท หรือสายเลือดเดียวกันเสมอไป เพียงแต่ทำพินัยกรรมโดยระบุ
   ข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้อย่างครบถ้วนก็ทำให้การจัดสรรทรัพย์สินของคุณเป็นไปอย่างสมบูรณ์ได้

           ข้อมูลหลักๆ ที่ต้องระบุในพินัยกรรมประกอบไปด้วย... ข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ นามสกุล อายุ ฯลฯ) รายการทรัพย์สินต่างๆ
   (ที่ดิน บ้าน ใบหุ้น เงินฝากต่างๆ ฯลฯ) กรมธรรม์ประกัน (ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ฯลฯ) รายชื่อผู้รับมรดก ผู้จัดการมรดก
   จำนวนทรัพย์สินที่ต้องการจัดสรรให้แต่ละคน ลายมือชื่อ และวันเดือนปีที่ทำพินัยกรรม

           การทำพินัยกรรมสามารถทำได้หลายแบบ ก่อนทำพินัยกรรม... คุณควรศึกษาวิธีการจัดทำพินัยกรรมหรือปรึกษา
   นักกฎหมายเพื่อให้พินัยกรรมของคุณมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย แต่หากคุณต้องการทำพินัยกรรมแบบที่ง่ายและซับซ้อน
   น้อยที่สุด คุณก็เพียงเขียนพินัยกรรมด้วยลายมือคุณเองทั้งฉบับว่าคุณมีทรัพย์สินใดบ้าง ระบุให้ละเอียดว่าต้องการยกอะไร
   ให้กับใคร พร้อมลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย พินัยกรรมแบบนี้ไม่มีรูปแบบมาตรฐานและไม่จำเป็นต้องมีพยาน แต่เพื่อป้องกัน
   การโต้แย้งว่าพินัยกรรมนี้คุณเป็นผู้เขียนขึ้นเองจริงหรือไม่ ก็ควรมีพยานยืนยันว่าพินัยกรรมนี้ถูกเขียนขึ้นโดยคุณจริง ซึ่งพยาน
   ต้องไม่มีส่วนได้เสียและไม่เป็นผู้รับมรดกดังกล่าว

           เมื่อทำพินัยกรรมแล้ว... คุณควรปรับปรุงแก้ไขข้อมูลในพินัยกรรมให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา อย่างน้อยก็ทุกๆ 3 - 5 ปี
   เพื่อให้แน่ใจว่าพินัยกรรมของคุณจะถูกนำไปปฏิบัติตามเจตนารมย์ของคุณ ณ ขณะนั้นๆ มีหลายคนที่ทำพินัยกรรมเสร็จแล้ว
   เก็บซ่อนไว้อย่างดี ไม่เคยหยิบมา update เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เช่น มีทรัพย์สินเพิ่ม มีลูกเพิ่ม หรือหย่าร้าง ฯลฯ

           สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด คือ คุณควรบอกให้คู่สมรสหรือบุคคลใกล้ชิดที่ไว้ใจได้ทราบว่าพินัยกรรม
   ฉบับล่าสุดของคุณจัดทำขึ้นเมื่อไรและเก็บไว้ที่ใด
รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับรหัสตู้เซฟ หรือกุญแจตู้ที่เก็บเอกสารสำคัญต่างๆ
   เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต สมุดเงินฝาก ใบหุ้น โฉนดที่ดิน ฯลฯ เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถนำพินัยกรรมและเอกสารต่างๆ
   ของคุณมาดำเนินการต่อไปได้

           กรณีที่คุณจากไปโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมทิ้งไว้ หรือมีพินัยกรรมแต่หาไม่พบ ทรัพย์สินของคุณจะถูกจัดสรรให้แก่ทายาท
   ตามลำดับที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

           (1) บุตรและคู่สมรส
           (2) บิดา มารดา
           (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
           (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
           (5) ปู่ ย่า ตา ยาย
           (6) ลุง ป้า น้า อา

           ฉะนั้น ทางออกที่ดีที่สุดในการจัดการกับทรัพย์สมบัติของคุณ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม คือ รู้จักวางแผนมรดก
   และใช้พินัยกรรมเป็นเครื่องมือ “คุมเกม” เพราะถึงแม้จะเสียชีวิตแต่คุณยังมีสิทธิคุมเกมการเงินได้ตามกฎหมาย จะยกอะไร
   ให้กับใครก็ได้

           สำหรับในบางประเทศที่มีกฎหมายมรดก ผู้รับมรดกจะต้องเสียภาษีเมื่อได้รับมรดกด้วย แต่ในประเทศไทยยังไม่มี
   การเรียกเก็บภาษีมรดกที่ชัดเจน ทรัพย์มรดกที่ผู้รับมรดกได้รับถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องนำมารวมคำนวณ
   ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากต้องไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ผู้รับมรดกก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม
   การโอน และเมื่อได้ครอบครองทรัพย์สินนั้นแล้ว ก็ต้องเสียภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น หากมรดกเป็นที่ดิน ก็ต้องเสียภาษีที่ดิน
   หากมรดกเป็นอพาร์ทเมนต์ให้เช่า ก็ต้องเสียภาษีเงินได้จากรายรับค่าเช่า

 

้่ืรอบรู้... เรื่องพินัยกรรม


คุณรู้หรือไม่... พินัยกรรมทั่วไปสามารถทำได้ 4 รูปแบบ ดังนี้

          1. พินัยกรรมแบบธรรมดาที่ทำเป็นหนังสือ ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ต่อหน้า
              พยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน ซึ่งพยานต้องไม่เป็นผู้รับมรดก

          2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือตัวเองและต้อง
              ลงลายมือชื่อกำกับไว้เท่านั้น ไม่สามารถใช้พิมพ์ลายนิ้วมือหรือใช้ตราประทับได้ ซึ่งพินัยกรรมรูปแบบนี้
              กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องมีพยาน

          3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ผู้ทำพินัยกรรมสามารถไปขอทำได้ที่ที่ว่าการเขตหรืออำเภอ ซึ่งต้อง
              มีพยานอย่างน้อย 2 คน โดยผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอต้องจดรายละเอียดและอ่านให้ผู้ทำพินัยกรรม
              และพยานฟังก่อน แล้วจึงลงลายมือชื่อกำกับไว้ทั้งผู้ทำพินัยกรรม พยาน และผู้อำนวยการเขต หรือ
              นายอำเภอ

          4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ เมื่อทำพินัยกรรมเรียบร้อยแล้ว ผู้ทำพินัยกรรมต้องปิดผนึกและลงลายมือชื่อ
              กำกับตรงรอยที่ปิดผนึก แล้วนำพินัยกรรมไปแสดงต่อผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ จากนั้น
              ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอ และพยานอย่างน้อย 2 คน ต้องลงลายมือชื่อกำกับบนซองพินัยกรรม

คุณล่ะ... จะเลือกทำพินัยกรรมแบบไหน?
 

 

Banner20140318_TSIonYouTube_footer




+ วางแผนเงินออม
+ วางแผนใช้จ่ายเงิน
+ วางแผนหนี้สิน


+ วางแผนประกัน
+ วางแผนเกษียณ


+ วางแผนลงทุน
+ วางแผนภาษี


+ วางแผนมรดก


+ กำหนดเป้าหมายการลงทุน


+ 6 ขั้นตอนซื้อขายอย่างเซียน
+ วีธีเลือกโบรกเกอร์


+ หุ้น
+ กองทุนรวม
+ LTF & RMF
+ ETF
+ ฟิวเจอร์ / ออปชั่น




+ บทความผู้ประกอบวิชาชีพ
+ เส้นทางอาชีพสู่ตลาดทุน
+ Job Oppotunity




+ ปฏิทินกิจกรรมประจำปี
+ กิจกรรมเด่นประจำเดือน



+ บทเรียนออนไลน์
    TSI e-Learning

+ สัมมนาออนไลน์
    TSI Online Seminar

+ เกร็ดความรู้การลงทุนออนไลน์
    TSI on Youtube



+ กิจกรรมเยาวชน / ครู
+ กิจกรรมมหาวิทยาลัย
+ กิจกรรมผู้ลงทุน
+ กิจกรรมผู้ประกอบวิชาชีพ



หน้าหลัก | เกี่ยวกับ TSI | Newsletter | ถาม-ตอบ | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์


ติดต่อเรา : S-E-T Call Center Tel. 0-2229-2222 | ติดต่อทาง e-mail | เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์

Copyright © 2000 - 2014, All rights reserved Thailand Securities Institute (TSI), The Stock Exchange of Thailand