Banner20140618_InvClassSeason2
Print this page Print this page  | Send to friend Send to friend
เปิดประตูสู่ตลาดการเงิน


            บริษัทหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ (Broker) คือ บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการเป็นนายหน้า
   ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเข้าเป็น  “บริษัทสมาชิก” ของ
   ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์เข้าสู่ระบบซื้อขาย ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
   ได้โดยตรง

            โบรกเกอร์จึงไม่ใช่เป็นแค่คนกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับคุณเท่านั้น แต่โบรกเกอร์จะต้องรับผิดชอบ
   ต่อหน้าที่ความรับผิดชอบและบริการต่างๆ ที่ให้แก่ลูกค้าทุกขั้นตอนอยู่ตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่เปิดบัญชี จนกระทั่งถึง
   ขั้นตอนสิ้นสุดของการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ รวมทั้งช่วยดูแลให้คำปรึกษาแนะนำ หรือแก้ไขปัญหาให้กับคุณ
   ซึ่งโบรกเกอร์แต่ละแห่งอาจให้บริการในลักษณะและรูปแบบที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและความชำนาญของบริษัท

           จะเห็นว่า... โดยรวมแล้ว โบรกเกอร์เป็นคนดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ของผู้ลงทุน ทั้งจ่ายเงินชำระค่าซื้อหุ้น
   นำหุ้นที่ซื้อมาส่งมอบ แจ้งถึงสิทธิที่จะได้รับจากหุ้นที่ถืออยู่ พวกเงินปันผลและการใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นจึงเป็นหน้าที่
   ของผู้ลงทุนที่จะเลือกคนที่ไว้ใจได้มาทำหน้าที่แทน โดยยึดถือผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่ง่าย
   ที่จะเลือก ดังนั้น คุณควรจะศึกษาข้อมูลและพิจารณาเลือกโบรกเกอร์ที่สามารถให้บริการตอบสนองความต้องการของคุณ
   ได้ดีที่สุด

           เมื่อตัดสินใจว่าจะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เราจะมีส่วนเกี่ยวพัน
กับบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในทันที ทั้งนี้ เพราะ
กฎหมายได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ลงทุนจะต้องซื้อขายหลักทรัพย์ผ่าน
บริษัทนายหน้าเท่านั้น โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นนายหน้าหรือโบรกเกอร์
   จะทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างผู้ลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และให้บริการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์แบบครบวงจร
   คือ ตั้งแต่ก่อนการซื้อขาย ไปจนถึงหลังการซื้อขาย โดยจะให้บริการเป็นที่ปรึกษาชี้แนะช่องทางและให้ข้อมูลที่มีประโยชน์
   เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งส่งสัญญาณเตือนต่างๆ ให้ผู้ลงทุนได้รับทราบ

          ที่สำคัญ คือ โบรกเกอร์จะเป็นผู้รับคำสั่งซื้อขายของผู้ลงทุนเพื่อส่งเข้าสู่ระบบ
   การซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ และยืนยันผลเมื่อการซื้อขายจริงเกิดขึ้น รวมทั้งยังเป็น
   ผู้ดูแลบัญชี ภาษี ข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆ แทนผู้ลงทุนในทุกๆ รายละเอียด
   อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายเพื่อสั่งซื้อสั่งขายหลักทรัพย์ย่อมอยู่ที่ตัวเราซึ่งเป็น
   ผู้ลงทุน เพราะเราคือผู้ที่ต้องรับผลแห่งการตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวไม่ว่าผลการซื้อขาย
   หลักทรัพย์นั้นจะนำมาซึ่งกำไรหรือขาดทุน โดยโบรกเกอร์จะไม่มีส่วนร่วมรับผิดชอบใดๆ
   ทั้งสิ้น (ยกเว้นกรณีที่เกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำโดยจงใจ หรือประมาท
   เลินเล่อของบริษัทนายหน้าหรือพนักงานของบริษัทนายหน้านั้น)

            จึงกล่าวได้ว่า... โบรกเกอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจ
   เลือกเป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์รายใด เราควรที่จะพิจารณาคุณสมบัติต่างๆ ให้รอบคอบและรอบด้าน
   เป็นอย่างดีเสียก่อน

 
 

          ทำหน้าที่แนะนำเราให้รู้จักก้าวเดินทีละก้าว ตั้งแต่พื้นฐานเรื่อยไปจนถึงเทคนิคที่สูงขึ้นๆ จนกว่าเราจะมีความชำนาญ
ในเรื่องการลงทุน ดังนั้น ในฐานะผู้ลงทุน ไม่ต้องเกรงใจหรือเคอะเขินต่อการตั้งคำถามใดๆ ที่เราไม่รู้หรืออยากรู้
 

          โบรกเกอร์จะต้องมีความพร้อมในด้านข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและถูกต้อง สามารถบอกถึงความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา
ให้เราทราบเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ เช่น ถ้าเราเป็นผู้ลงทุนระยะยาว ข้อมูลที่เราควรได้รับน่าจะ ได้แก่
การวิเคราะห์แนวโน้มทางเศรษฐกิจ สังคม หรือภาวะต่างประเทศที่จะส่งผลกระทบ ตลอดจนกลุ่มธุรกิจที่น่าจะเติบโตใน
อนาคต แต่ถ้าเราเป็นผู้ลงทุนประเภทซื้อขายหลักทรัพย์รายวัน หรือรายชั่วโมง ก็ควรที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว
ทันต่อเหตุการณ์แบบวินาทีต่อวินาที ซึ่งได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย สภาวะทางการเมือง
ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ โดยโบรกเกอร์จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ให้เราได้อย่างทันท่วงทีและ
ทันต่อเหตุการณ์
 

          โบรกเกอร์ทุกแห่งต้องแข่งขันกันให้บริการในด้านนี้อยู่แล้ว หากสามารถปฏิบัติตามคำสั่งซื้อขายของลูกค้าได้ถูกต้อง
รวดเร็ว ย่อมเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า และยังมีส่วนทำให้การซื้อขายเพิ่มปริมาณมากขึ้นด้วย ดังนั้น ในกรณีที่เราเป็นผู้ลงทุน
ระยะสั้น มีการซื้อขายวันละหลายครั้ง ก็ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีเจ้าหน้าที่การตลาดมากเพียงพอ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับคำสั่งจาก
ลูกค้าหลายรายจนเกินไป และมีโทรศัพท์มากเพียงพอในกรณีที่เราใช้วิธีซื้อขายทางโทรศัพท์

 

          แต่เดิมตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบริษัทสมาชิกรวม 50 บริษัท แต่หลังจากเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศไทย
ปี 2540 บริษัทสมาชิกถูกปิดกิจการไปหลายแห่ง ทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวก และได้รับความเสียหาย ดังนั้น
การพิจารณาฐานะความมั่นคงของบริษัทโบรกเกอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยศึกษารายละเอียดดังกล่าวจากข้อมูลผู้ถือหุ้น
ประวัติความเป็นมา ผลการดำเนินงานในอดีต และชื่อเสียงของทีมบริหาร

 

          โบรกเกอร์ที่ดีควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น หากเราเป็นผู้ลงทุนที่มา
สั่งซื้อขาย ณ ห้องค้าหลักทรัพย์ด้วยตนเอง อย่างน้อยโบรกเกอร์นั้นควรที่จะต้องมีคอมพิวเตอร์ในปริมาณที่มากเพียงพอ
มีบริการด้านข้อมูลอัตโนมัติจากสำนักข่าวชั้นนำต่างๆ และมีจอที่แสดงการวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีทางเทคนิคต่างๆ ประกอบ
หรือหากเราเป็นผู้ลงทุนที่มีมูลค่าการลงทุนสูงและต้องการความเป็นส่วนตัว โบรกเกอร์นั้นก็ควรมีห้องค้าหลักทรัพย์ส่วนตัว
(VIP Room) เพื่อรองรับ เป็นต้น

 

          และบริการหลังการซื้อขาย งานเอกสารนับว่ามีความสำคัญ เนื่องจากเป็นเสมือนข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่าง
ผู้ลงทุนกับโบรกเกอร์ ส่วนบริการหลังการซื้อขายในปัจจุบันโบรกเกอร์หลายแห่งเริ่มใช้ระบบการตัดและโอนบัญชีอัตโนมัติ
ดังนั้น เอกสารต่างๆ จึงต้องรัดกุม ง่ายต่อความเข้าใจ ชัดเจน และตรวจสอบได้ตลอดเวลา
 

          ข้อนี้มีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ลงทุนที่นิยมซื้อขายในห้องค้าหลักทรัพย์ด้วยตนเอง โดยอาจต้องพิจารณาระยะเวลา
การเดินทาง สถานที่จอดรถยนต์ ความสะดวก ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายจิปาถะที่อาจต้องคำนึงถึงอื่นๆ เช่น ค่าที่จอดรถ
นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร ภัตตาคาร และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เป็นต้น
 
 

         หลังจากที่เราได้พิจารณาข้อมูลและตัดสินใจเลือกใช้บริการกับ
โบรกเกอร์ได้แล้ว เรายังต้องพิจารณาตัวบุคคลที่ต้องติดต่ออีกด้วย
ซึ่งก็คือ “เจ้าหน้าที่การตลาด” ของโบรกเกอร์นั้นๆ โดยเจ้าหน้าที่
การตลาดจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลบัญชีการลงทุนของเรา ในทางปฏิบัติ
   จึงเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด บุคคลคนนี้จะเป็นผู้ให้ข้อมูล คำปรึกษา รับและส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ติดตาม และ
   รายงานผลการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นให้เราได้รับทราบ ด้วยเหตุนี้ ถ้าเราได้เจ้าหน้าที่การตลาดที่รู้ใจกัน และเชื่อถือได้
   เราจะเป็นผู้ลงทุนที่มีความสุข สามารถคลายความวิตกกังวลลงไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

  เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่การตลาด และมีรายชื่อขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

  มีความรับผิดชอบต่อลูกค้าโดยมีความซื่อสัตย์ รู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และมีจรรยาบรรณในอาชีพของตนที่เกี่ยวข้อง   
   ดูแลประโยชน์ของลูกค้าเสมือนประโยชน์ของตนเอง


  ควรมีวุฒิการศึกษาและพื้นฐานการศึกษาที่ดี ตรงสายงาน เช่น เรียนจบทางด้านการเงิน บัญชี เศรษฐศาสตร์ การตลาด
   หรือมีประสบการณ์การทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ เป็นต้น


•  ดูแลลูกค้าในจำนวนที่เหมาะสมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

  สามารถตอบคำถาม หรือวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างชัดเจน มีเหตุผล และน่าเชื่อถือ

  มีความตื่นตัว ใฝ่รู้ และติดตามข่าวเศรษฐกิจ การเมืองอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

  ควรเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ไม่ใช่คนอ่อนแอ หรือลาป่วยบ่อย เพราะเราจะเสียอารมณ์มาก
   หากไม่สามารถตามตัวในยามคับขันได้


         นอกจากคุณสมบัติต่างๆ ข้างต้นแล้ว ถ้าเราสามารถประเมินว่า... เจ้าหน้าที่การตลาดคนใดสามารถดูแลประโยชน์
ของลูกค้าเสมือนประโยชน์ของตนเองได้ ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

 
 

Banner20140318_TSIonYouTube_footer




+ วางแผนเงินออม
+ วางแผนใช้จ่ายเงิน
+ วางแผนหนี้สิน


+ วางแผนประกัน
+ วางแผนเกษียณ


+ วางแผนลงทุน
+ วางแผนภาษี


+ วางแผนมรดก


+ กำหนดเป้าหมายการลงทุน


+ 6 ขั้นตอนซื้อขายอย่างเซียน
+ วีธีเลือกโบรกเกอร์


+ หุ้น
+ กองทุนรวม
+ LTF & RMF
+ ETF
+ ฟิวเจอร์ / ออปชั่น




+ บทความผู้ประกอบวิชาชีพ
+ เส้นทางอาชีพสู่ตลาดทุน
+ Job Oppotunity




+ ปฏิทินกิจกรรมประจำปี
+ กิจกรรมเด่นประจำเดือน



+ บทเรียนออนไลน์
    TSI e-Learning

+ สัมมนาออนไลน์
    TSI Online Seminar

+ เกร็ดความรู้การลงทุนออนไลน์
    TSI on Youtube



+ กิจกรรมเยาวชน / ครู
+ กิจกรรมมหาวิทยาลัย
+ กิจกรรมผู้ลงทุน
+ กิจกรรมผู้ประกอบวิชาชีพ



หน้าหลัก | เกี่ยวกับ TSI | Newsletter | ถาม-ตอบ | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์


ติดต่อเรา : S-E-T Call Center Tel. 0-2229-2222 | ติดต่อทาง e-mail | เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์

Copyright © 2000 - 2014, All rights reserved Thailand Securities Institute (TSI), The Stock Exchange of Thailand