Banner20140418_TurnProPK
เครดิตภาษีเงินปันผล
Print this page Print this page  | Send to friend Send to friend
Inv_KnowProduct_EQ_Tax.jpg
  
  
  
 

     ผู้ลงทุนจำเป็นจะต้องรู้และเข้าใจเรื่องภาษี เพราะการจ่ายภาษีอากรให้ถูกต้องและ
ครบถ้วนตามกฎหมายกำหนดเป็นสิ่งที่ผู้ลงทุนจะต้องถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ความเข้าใจเรื่องภาษียังอาจช่วยประหยัดรายจ่ายภาษีได้ด้วย

     สำหรับ “เงินปันผล” หรือ “เงินส่วนแบ่งกำไร” นั้น มีที่มาจากกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่กำไรสุทธินี้ได้เสียภาษีไปแล้วครั้งหนึ่งในรูปของภาษีเงินได้นิติบุคคล เมื่อนำมาจ่ายเป็นเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรให้กับผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนก็ต้องนำเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไร
ดังกล่าวมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก ซึ่งเข้าข่ายเป็นการเสียภาษี
ซ้ำซ้อนจากกำไรก้อนเดียวกัน

  

     ทางกรมสรรพากรจึงหาแนวทางเพื่อที่จะบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้ที่ได้รับเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไร ซึ่งตาม
ประมวลรัษฎากร มาตรา 47 ทวิ กำหนดไว้ว่าให้คืนเงินภาษีให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี
เงินได้บุคคลธรรมดา โดยเงินภาษีที่คืนให้นี้เรียกว่า “เครดิตภาษีเงินปันผล”

     ทั้งนี้ กฎหมายได้ให้ทางเลือกว่า... จะเลือกถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% แล้วไม่ต้องนำเงินปันผลมารวมคำนวณเป็นเงินได้ตอนสิ้นปี หรือจะนำเงินปันผลมารวมคำนวณเป็นเงินได้และเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าตอนสิ้นปีก็ได้
แต่อย่างไรก็ตาม หากเลือกที่จะนำมารวมคำนวณแล้ว ก็ต้องนำเงินปันผลทุกก้อนที่ได้รับมาคำนวณ จะเลือกเฉพาะ
เงินปันผลของบางบริษัทมารวมไม่ได้ โดยสูตรการคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลมีดังนี้

  

     แต่เนื่องจากบริษัทแต่ละบริษัทเสียภาษีนิติบุคคลในอัตราที่ไม่เท่ากัน ดังนั้น ปัจจัยที่ผู้ลงทุนจะใช้พิจารณาว่า
เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งกำไรที่ได้รับนั้น สามารถนำมาเครดิตภาษีได้หรือไม่ก็คือ “บริษัทที่ลงทุนเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่”

     ถ้าบริษัทนั้น “เสียภาษี” ผู้ลงทุนก็สามารถใช้เครดิตภาษีเงินปันผลได้ แต่จะนำมาเครดิตได้ในอัตราเท่าใด ขึ้นอยู่
กับว่าบริษัทที่ลงทุนเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละเท่าใด หรือถ้าบริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหลายอัตรา
ก็จะแยกคำนวณตามเงินปันผลในแต่ละอัตรา ซึ่งจะระบุชัดเจนอยู่ในหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย

     แต่ถ้าบริษัทนั้น “ไม่เสียภาษี” ผู้ลงทุนจะไม่สามารถใช้เครดิตภาษีเงินปันผลได้ ซึ่งผู้ลงทุนควรจะพิจารณาต่อว่าบริษัทไม่เสียภาษีเนื่องจากอะไร เช่น เป็นกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และบริษัทยังอยู่ในช่วงเวลา
ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น


     เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองไปดูตัวอย่างการคำนวณภาษีและการขอเครดิตภาษีเงินปันผล ซึ่งการคำนวณดังกล่าวจะเป็น
การคำนวณในกรณีที่ผู้ลงทุนมีรายได้ 2 ทาง คือ “เงินเดือน” และ “เงินปันผลจากบริษัทที่เสียภาษีนิติบุคคลในอัตรา 30%” โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ...

  • กรณีที่ 1 : ยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แล้วไม่ต้องนำเงินปันผลมารวมคำนวณภาษีตอนสิ้นปี
  • กรณีที่ 2 : นำเงินปันผลมารวมคำนวณภาษี และขอเครดิตภาษีตอนสิ้นปี





ตารางแสดงการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของนายอานนท์ ประจำปีภาษี 25XX

 
  

จากตัวอย่างจะพบว่า...

      • กรณีไม่รวมเงินปันผล ผู้ลงทุนต้องเสียภาษี 37,000 บาท ซึ่งเมื่อหักลบกับภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้วจำนวน 37,000 บาท ทำให้ตอนสิ้นปีไม่ต้องชำระภาษีเพิ่ม ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เงินคืนจากกรมสรรพากร แต่หาก
        มานึกดูให้ดีๆ จะพบว่า... ก่อนที่ผู้ลงทุนจะมาคำนวณภาษีตอนสิ้นปีนั้น ผู้ลงทุนได้เลือกให้บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลไปก่อนแล้ว 7,000 บาท (ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในตารางข้างต้น) ดังนั้น จริงๆ แล้ว ผู้ลงทุนจะเสียภาษี
        ทั้งสิ้น
        44,000 บาท (37,000 + 7,000)
      • กรณีรวมเงินปันผล ผู้ลงทุนต้องเสียภาษี 57,000 บาท ซึ่งดูเหมือนจะมากกว่ากรณีไม่รวมเงินปันผลค่อนข้างมาก แต่เมื่อหักลบกับภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้วจำนวน 44,000 บาท (37,000 + 7,000) และเครดิตภาษีอีก 30,000 บาท ทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องชำระภาษีเพิ่มตอนสิ้นปี แถมยังได้เงินคืนจากกรมสรรพากรตั้ง 17,000 บาท นั่นหมายความว่าจริงๆ แล้ว ผู้ลงทุนจะเสียภาษีทั้งสิ้นแค่ 40,000 บาท (57,000 - 17,000) น้อยกว่ากรณีไม่รวมเงินปันผลถึง 4,000 บาทเลยทีเดียว

     เทคนิคคร่าวๆ ว่า… จะเลือกใช้เครดิตภาษีเงินปันผลหรือไม่ ให้พิจารณาจากเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษี หากใครมี
เงินได้สุทธิอยู่ในขั้นที่ได้รับยกเว้นภาษี หรือเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า 30% ควรเลือกใช้เครดิตภาษีเงินปันผล เนื่องจากมีโอกาสได้รับเงินภาษีคืน

     แต่หากใครมีเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีในอัตรา 37% ก็ไม่ควรใช้สิทธิขอเครดิตภาษี เพราะการนำเงินปันผลมาทำการเครดิตภาษี ไม่ว่าเงินปันผลก้อนนั้นจะมากหรือน้อยแค่ไหน อาจไม่ได้ประโยชน์อะไร กล่าวคือ จะเสียภาษีเท่าเดิม เท่ากับกรณีที่ไม่ได้นำเงินปันผลมารวมคำนวณ แต่อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้ก็ไม่แน่เสมอไป ควรจะลองคำนวณดูก่อนด้วย

     
ฝากทิ้งท้ายไว้อีกนิด สำหรับหลายๆ ท่านที่เคยมองข้ามการขอเครดิตภาษีเงินปันผลมานาน นับจากนี้อัตรภาษีที่จ่ายของแต่ละบริษัทน่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน เนื่องจากผลประโยชน์เพิ่มเติมจากการขอเครดิตภาษีเงินปันผลดังกล่าว อยู่ที่ว่า... ท่านพร้อมที่จะให้ความสนใจกับผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับนี้ หรือยังคงละเลย
ผลประโยชน์ส่วนนี้ต่อไปอีก

 

 

Banner20140318_TSIonYouTube_footer




+ วางแผนเงินออม
+ วางแผนใช้จ่ายเงิน
+ วางแผนหนี้สิน


+ วางแผนประกัน
+ วางแผนเกษียณ


+ วางแผนลงทุน
+ วางแผนภาษี


+ วางแผนมรดก


+ กำหนดเป้าหมายการลงทุน


+ 6 ขั้นตอนซื้อขายอย่างเซียน
+ วีธีเลือกโบรกเกอร์

+ หุ้น
+ กองทุนรวม
+ LTF & RMF
+ ETF
+ ฟิวเจอร์ส / ออปชั่น




+ บทความผู้ประกอบวิชาชีพ
+ เส้นทางอาชีพสู่ตลาดทุน
+ Job Oppotunity




+ ปฏิทินกิจกรรมประจำปี
+ กิจกรรมเด่นประจำเดือน



+ บทเรียนออนไลน์
    TSI e-Learning

+ สัมมนาออนไลน์
    TSI Online Seminar

+ เกร็ดความรู้การลงทุนออนไลน์
    TSI on Youtube



+ กิจกรรมเยาวชน / ครู
+ กิจกรรมมหาวิทยาลัย
+ กิจกรรมผู้ลงทุน
+ กิจกรรมผู้ประกอบวิชาชีพ



หน้าหลัก | เกี่ยวกับ TSI | Newsletter | ถาม-ตอบ | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์


ติดต่อเรา : S-E-T Call Center Tel. 0-2229-2222 | ติดต่อทาง e-mail | เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์

Copyright © 2000 - 2014, All rights reserved Thailand Securities Institute (TSI), The Stock Exchange of Thailand