Banner20140819_OnlineDocument
การวิเคราะห์งบการเงิน
Print this page Print this page  | Send to friend Send to friend

 

4.2.1        การเขียนรายงานการวิเคราะห์งบการเงิน

ในหัวข้อ 4.5.1 ได้อธิบายถึงวิธีการอ่านและวิเคราะห์งบการเงินอย่างละเอียด ในขั้นตอนต่อไป นักวิเคราะห์จะต้องทำการเขียนรายงานงานการวิเคราะห์ งบการเงิน โดยรายงานในสิ่งที่เป็นจุดสำคัญ ซึ่งรวมทั้งจุดเด่น  และจุดด้อย และชี้ให้เห็นด้วยว่าจุดเด่นและจุดด่อยเหล่านั้นจะมีผลกระทบต่อฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานอย่างไร การเขียนรายงานสรุปในเรื่องการวิเคราะห์
งบการเงินเป็นเรื่องยาก ผู้เขียนเห็นว่าไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวเกี่ยวกับหัวข้อ แต่ควรต้องอธิบายให้เห็นได้ว่าภาพรวมของกิจการ
เป็นอย่างไร ในที่นี้จะได้ลองใช้ข้อมูลงบการเงินของบริษัทขอนแก่นเกริกไกรที่ได้ผ่านการอ่านงบมาแล้ว และเขียนเป็นรายงาน
สรุปได้ดังนี้

รายงานการวิเคราะห์งบการเงิน 

บริษัทขอนแก่นเกริกไกร จำกัด

 

1)      การเติบโตของกิจการ 

    ระหว่างปี 2544 และปี 2545 บริษัทขอนแก่นเกริกไกรมีการขยายตัวในขนาดของกิจการอยู่ในเกณฑ์ดี โดยสินทรัพย์รวมจาก
ปี 2544 เท่ากับ 75 ล้านบาท เพิ่มเป็น 95 ล้านบาท ในปี 2545 การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในสินทรัพย์ประมาณ 20 ล้านบาทนี้ แบ่งได้เป็นการลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียนประมาณ 10 ล้านบาท และเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรประมาณ 10 ล้านบาท
เมื่อพิจารณางบดุลด้านหนี้สินและทุน พบว่าเงินลงทุนเพิ่ม 20 ล้านบาทนี้บริษัทจัดหามาจากการก่อหนี้เพิ่ม 12 ล้านบาท
(จากหนี้ระยะสั้น 7 ล้านบาท และหนี้ระยะยาว 5 ล้านบาท) และเงินทุนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนใหญ่จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น) เท่ากับ 8 ล้านบาท

    ส่วนการเติบโตในด้านผลการดำเนินงาน พบว่ายอดขายของบริษัทเพิ่มจาก 153 ล้านบาท เป็น 215 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 62 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าสินค้าและบริการของบริษัทยังคงได้รับการต้อนรับจากตลาดเป็นอย่างดี ในภาพรวมจึงสรุปได้ว่าบริษัทยังดำเนินงานไปได้ด้วยดี เป็นปกติ มีการเติบโตของทั้งสินทรัพย์และรายได้

2)      โครงสร้างของเงินทุน 

    จากการพิจารณา Common – Size งบดุลด้านสินทรัพย์ของบริษัท พบว่า โครงสร้างการลงทุนในสินทรัพย์จากปี 2544 มาสู่
ปี 2545 มีการเปลี่ยนแปลงค่าสัดส่วนระหว่างสินทรัพย์หมุนเวียนต่อสินทรัพย์ถาวร จาก 75% : 25% เป็น 70% : 30% ที่เป็นเช่นนี้เพราะอัตราการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ถาวรเร็วกว่าของสินทรัพย์หมุนเวียน แม้จะมีจำนวนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นประมาณ
10 ล้านบาทใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ยังมีระดับไม่สูงมากนัก และยังไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผิดปกติจนกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทแต่อย่างใด

    สำหรับ Common – Size งบดุลด้านหนี้สินและทุน พบว่าโครงสร้างการจัดหาเงินทุนจะมาจากทั้งการก่อหนี้และจากส่วนของ
ผู้ถือหุ้น โดยที่สัดส่วนของหนี้สินต่อทุนในปี 2544 เท่ากับ 50% : 50% และในปี 2545 เท่ากับ 52% : 48% ตามลำดับ
ชี้ให้เห็นว่าภาระหนี้สินของบริษัทมีระดับสูงขึ้นกว่าเดิมบ้าง อย่างไรก็ตามจากการพบว่าหนี้สินระยะสั้นที่มีถูกคุ้มครองอย่างเพียงพอด้วยสินทรัพย์หมุนเวียน และสินทรัพย์หมุนเวียนส่วนที่เหลือรวมกับสินทรัพย์ถาวรที่มียังพอที่จะครอบคลุมมูลค่าหนี้สินระยะยาวได้ ภาระหนี้สินที่เป็นอยู่จึงยังไม่น่าวิตกกังวลแต่อย่างใด

    ในภาพรวมแล้ว การวิเคราะห์โครงสร้างของเงินทุนจาก Common – Size ของงบดุล สรุปได้ว่ายังไม่พบความผิดปกติ
อย่างรุนแรงที่จะส่งผลกระทบในทางลบต่อฐานะการเงินของกิจการ

 



Banner20140318_TSIonYouTube_footer




+ วางแผนเงินออม
+ วางแผนใช้จ่ายเงิน
+ วางแผนหนี้สิน


+ วางแผนประกัน
+ วางแผนเกษียณ


+ วางแผนลงทุน
+ วางแผนภาษี


+ วางแผนมรดก


+ กำหนดเป้าหมายการลงทุน


+ 6 ขั้นตอนซื้อขายอย่างเซียน
+ วีธีเลือกโบรกเกอร์

+ หุ้น
+ กองทุนรวม
+ LTF & RMF
+ ETF
+ ฟิวเจอร์ส / ออปชั่น




+ บทความผู้ประกอบวิชาชีพ
+ เส้นทางอาชีพสู่ตลาดทุน
+ Job Oppotunity




+ ปฏิทินกิจกรรมประจำปี
+ กิจกรรมเด่นประจำเดือน



+ บทเรียนออนไลน์
    TSI e-Learning

+ สัมมนาออนไลน์
    TSI Online Seminar

+ เกร็ดความรู้การลงทุนออนไลน์
    TSI on Youtube



+ กิจกรรมเยาวชน / ครู
+ กิจกรรมมหาวิทยาลัย
+ กิจกรรมผู้ลงทุน
+ กิจกรรมผู้ประกอบวิชาชีพ



หน้าหลัก | เกี่ยวกับ TSI | Newsletter | ถาม-ตอบ | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์


ติดต่อเรา : S-E-T Call Center Tel. 0-2229-2222 | ติดต่อทาง e-mail | เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์

Copyright © 2000 - 2014, All rights reserved Thailand Securities Institute (TSI), The Stock Exchange of Thailand